Samayapuram Mariamman Songs

เทวะตำนาน

พระเรณุกามพา และ พระมาตังคี

พระศรีเรณุกา ปรเมศวรี (ஸ்ரீ ரேணுகா பரமேஸ்வரி/Sri Renuka Parameshwari) ทรงเป็นรูปปรากฏแห่งพระปราศักติ ในฐานะเทพผู้คุ้มครองชุมชน หมู่บ้านต่างๆ (Village Deity) ซึ่งสันสกฤตเรียกว่า ครามะเทวตา (ग्रामदेवता/Grama Devata) หรือ ครามะ เดวะไต (கிராம தேவதை/Grama Devathai) และ กาวัล เดย์วัม (காவல் தெய்வம்/Kaval Deivam)(Guardian Deity) ในภาษาตมิฬ อีกทั้งทรงเป็นเทวีผู้ขจัดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ซึ่งทรงได้รับการบูชาในพระนามต่างๆกันไป เช่น เอลไล อัมมัน (எல்லையம்மன்/Ellai Amman) ในฐานะผู้คุ้มครองดูแลหมูบ้านต่างๆ มาริอัมมัน (மாரியம்மன்/Mariamman) ในฐานะผู้ประทานฟ้าฝนและความอุดมสมบูรณ์ กรุมาริ/กฤษณะมาริ/นาคัมมา/นาคาตตัมมา (கருமாரி/கிருஷ்ணமாரி/நாகம்மா/நாகாத்தம்மா)(Karumari/Krishnamari/Nagamma/Nagathamma) ในฐานะผู้ทรงปรากฏเป็นพญานาคีสีดำ มุตตุมาริ (முத்துமாரி/Mutthumari) ในฐานะผู้ทรงประทานฟนอันล้ำค่าดังเม็ดไข่มุกแก่ชาวนา และขจัดโรคไข้ทรพิษ,อีสุกอีใส และโรคผิวหนังต่างๆ ที่ปรากฏตุ่มบนกายเหมือนไข่มุก. พระมาตังคี (மாதங்கி/Matangi) พระแม่มาตังคี ทรงได้รับการสักการะบูชาในฐานะเทวีแห่งคำพูด,มนตระ และศาสตร์ศิลป์ทั้งปวง […]

เทวะตำนาน

ปาวาไฏรายัน บุตรชายแห่ง อังกาลัมมัน

ปาวาไฏรายัน บุตรชายแห่ง อังกาลัมมัน (Pavadairayan The son of Ankalamman) ปาวาไฏรายัน (பாவாடைராயன் / Pavadairayan)นั้น ถือเป็น เทพท้องถิ่น หรือ เทพผู้พิทักษ์หมู่บ้าน และเทพประจำตระกูลองค์หนึ่งของชาวตมิฬ นับถือเป็นบุตรของอังกาลัมมัน ภายในวัดของพระอังกาละ ปรเมศวรี มักมีศาลของ ปาวาไฏรายันอยู่ทุกวัด ตำนานกล่าวถึงครั้งพระศิวะต้องคำสาปของพระสรัสวตี และประสบวิบากกรรมจากการตัดเศียรที่ห้าของพระพรหมา พระศิวะทรงระหกระเหินภิกขาจารไปทุกหนแห่ง จนกระทั่งมาถึงบ้านของ เปตตาณฑะวัน (பெத்தாண்டவன் / Petthandavan) โจรผู้ปล้นชิงทรัพย์มาทะนุบำรุงหมู่บ้านตน กับ เปตตาณฑัจจิ (பெத்தாண்டச்சி / Petthandacchi) ผู้ภรรยา ซึ่งกำลังทุกข์ร้อนใจจากการไม่มีบุตรสืบสกุล เมื่อสองสามีภรรยาเห็น พระโยคี มาขอภักษาหาร จึงกระทำการต้อนรับ และตระเตรียมอาหารถวายอย่างดี นางเปตตาณฑัจจิเมื่อแลเห็นพระพักตร์อันสว่างผุดผ่องของพระโยเคศวร ก็เกิดความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง ว่า ต้องเป็นเทพเทวาจำแลงตนมาโปรด จึงกล่าวถึงความทุกข์ร้อนในใจต่อพระโยเคศวร พระโยเคศวร จึงประทานผงวิภูติเป็นประซาด เมื่อทานแล้วก็จะได้บุตรสมความปรารถนา นางเปรตตาณฑัจจิเมื่อรับประซาดนั้นไม่นานก็มีครรภ์ และ ให้กำเนิดบุตรชายให้ชื่อว่า กัลวิกาตตาน […]

เกร็ดความรู้ เทวะตำนาน

พระอังกาละ ปรเมศวรี แห่ง เมลมไลยะนูร

พระอังกาละ ปรเมศวรี แห่ง เมลมไลยะนูร (Ankala Parameshwari of Melmalaiyanoor) อังกาละ ปรเมศวรี (Ankala Parameshwari/அங்காள பரமேஸ்வரி),อังกาลัมมา (Ankalammaa/அங்காளம்மா),อังกาลัมมัน (அங்காளம்மன் / Ankalamman),อังกาลิ (Ankali / அங்காளி) หรือ อังกาลัมมะ (Ankalamma / అంకాలమ్మ / ಅಂಕಾಲಮ್ಮ) ในสำเนียงภาษาเตลุคุ และกันนฑะ และ อังกัมมะ (Ankamma / అంకమ్మ ของชาวเตลุคุ) ทรงเป็นเจ้าแม่ท้องถิ่น หรือครามะเทวตา(เทพผู้พิทักษ์หมู่บ้าน)ที่ผนวกเป็นอวตารภาคหนึ่งของ พระศักติ หรือ พระแม่อุมา ทรงเป็นที่สักการะนับถือในตมิฬนาฑุ,กรรนาฏกะ,อานธรประเทศ และบางส่วนของรัฐเตลังคณะ ทางตอนใต้ของอินเดีย แต่เทวสถานที่มีชื่อเสียงสุดของพระนาง อยู่ที่เมลมไลยะนูร (Melmalaiyanoor / மேல்மலையனூர்) ในเขตติรุวัณณามะไล (Thiruvannamalai / திருவண்ணாமலை) ของรัฐตมิฬนาฑุ อินเดียตอนใต้ ตำนานของเทวสถาน กล่าวถึงครั้งพระพรหมาทรงกระทำยัชญะ […]

เกร็ดความรู้ เทวะตำนาน

พระเทวี กับ ใบสะเดา (เวปปิไล – Veppilai)

พระเทวี กับ ใบสะเดา ใบสะเดา (Neem leave) หรือ เวปปิไล (வேப்பிலை/Veppilai)ในภาษาตมิฬนั้นถือเป็นหนึ่งในเครื่องสักการะแก่เจ้าแม่ท้องถิ่นทั้งหลายในอินเดียตอนใต้ โดยเชื่อกันว่า ใบสะเดาสามารถขจัดโรคผิวหนัง และปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายได้ หนึ่งในที่มาของความเชื่อนี้ปรากฏอยู่ในตำนานของเทวสถาน ศรี เรณุกา ปรเมศวรี หรือ ศรี เรณุกามบาล แห่งปฏเวฑุ ดังนี้ กล่าวถึงเมื่อครั้งพระฤๅษีชมทัคนีผู้ภัสดาแห่งพระเรณุกาเทวีได้ถูกสังหารลงด้วยกษัตริย์ (บ้างว่า ท้าวการตวีรยารชุน บ้างว่า โอรสทั้งสามของท้าวเธอ) พระนางเรณุกาผู้ปดิวรัดาทรงเศร้าโศกเสียพระทัยยิ่ง อีกทั้งทรงตัดสินพระทัยที่จักปลงศพพระสวามี พร้อมกับตนเอง พระนางเรณุกาจึงทรงจัดเตรียมพิธีสังสการสุดท้ายแก่พระฤๅษีชมทัคนี พร้อมทั้งสละชีพของตนในกองเพลิงโดยหวังติดตามรับใช้ภัสดาไปในโลกหน้า หากแต่ด้วยพระประสงค์แห่งพระโยเคศวร ทรงประทานสายฝนโปรยปรายลงมาดับเพลิงอันร้อนแรงนั้น พระนางเรณุกาทรงฟื้นคืนชีพขึ้นพร้อมด้วยร่างกายที่พุพองจากเปลิวเพลิง มีเพียงพระพักตร์ที่มิต้องเปลิวอัคคี ทรงใช้เพียงใบสะเดาเป็นอาภรณ์ปกคลุมร่างกายเพื่อรักษาบรรเทาอาการจากแผลพุพองนั้น จากนั้นพระสทาศิวะ ทรงปรากฏองค์ขึ้น ทรงอำนวยพรแก่พระนางเรณุกา ให้พระนางได้รับการบูชาในฐานะพระเทวีผู้คุ้มครอง และขจัดโรคภัยไข้เจ็บ พระนางเรณุกา ทรงปรารถนาอยู่บนโลกเพียงแค่ พระเศียรเท่านั้น จึงปรากฏองค์เพียงแค่พระเศียร เป็นสวยัมภู มูรติ (รูปเคารพที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มักเป็นหินที่มีรูปร่างแปลกจากธรรมชาติ) ส่วนพระวรกายนั้นไปยังโลกเบื้องบนพร้อมกับ พระมุนีศวร ชมทัคนี จากการที่พระนางทรงใช้ใบสะเดา (Neem leave) […]

เทวะตำนาน

ปัจไจ อัมมัน – Pacchai Amman

ปัจไจ อัมมัน (பச்சையம்மன்/Pacchai Amman) หรือ เจ้าแม่เขียว (Green Goddess) ทรงเป็นเทพี หรือ เจ้าแม่ในระดับท้องถิ่นองค์หนึ่งที่ศรัทธากันอย่างแพร่หลายในตมิฬนาฑุ เทวสถานอันมีชื่อเสียงของพระนางตั้งอยู่ในเมืองติรุมุลไลวายัล (திருமுல்லைவாயல்/Thirumullaivayal) เขตปริมณฑลของเชนไน ตำนานของปัจไจ อัมมัน มักเกี่ยวโยงกับตำนานการเล่นหยอกล้อตามภาษาผู้หญิงของพระปารวตี ซึ่งพระนางได้แอบเข้ามาปิดพระเนตรของพระศิวะจากเบื้องหลัง ทำให้ทั่วสกลพิภพมืดมนไปขณะหนึ่ง เหตุนี้ทำให้พระศิวะทรงกริ้วเป็นอย่างยิ่ง จึงส่งพระนางไปยังพื้นพิภพเพื่อบำเพ็ญตนสำนึกตนและไถ่บาปจากการกระทำผิดนี้ บนพื้นพิภพพระปารวตีทรงบำเพ็ญตน และบำเพ็ญตบะอย่างหนักโดยการยืนบาทเดียวบนเข็ม โดยมีสัปตฤๅษี และ สัปตกัณณิยัร (สัปตมาตฤกา) เป็นผู้คอยพิทักษ์คุ้มครองพระนาง ด้วยเหตุนี้ภายในเทวสถานของพระนางในติรุมุลไลวายัล จึงประดิษฐานสัปตฤๅษี พร้อมทั้ง สัปตกัณณิยัร ในส่วนของที่มาของพระนาม ปัจไจ อัมมันนั้น ศรี รามนะ มหรรษี ได้เคยอธิบายไว้ว่า มาจากเดชตบะของพระนางเองที่ได้เปลี่ยนแปลงพระฉวีวรรณของพระนางให้คล้ำเขียวดังมรกต อีกที่หนึ่งกล่าวว่า พระเคาตมะ ฤๅษี ได้อันเชิญพระเทวีประทับบนอาสนะซึ่งทำจากหญ้าศักดิ์สิทธิ์ เมื่อพระนางประทับบนอาสนะนั้น รัศมีจากอาสนะก็ต้องพระวรกายของพระนางเป็นสีเขียวเหลือง จึงทำให้พระนางได้รับนามในภาษาตมิฬว่า ปัจไจ อัมมัน ซึ่งหมายถึง พระแม่เขียว. เทวปฏิมาของปัจไจยัมมัน มักปรากฏเป็นเทวีซึ่งมีสิริโฉมงดงาม ประทับนั่งบนแท่นพระอาสน์ ทรงสองกร […]

เทวะตำนาน

มุนีศวรัน – Muneeshwaran

มุนีศวรัน (முனீஸ்வரன்/Muneeshwaran) เป็นหนึ่งในเทพผู้พิทักษ์ชุมชนของชาวตมิฬ นับถือเป็นอีกภาคหนึ่งของพระศิวะในฐานะเจ้าแห่งปราชญ์ทั้งปวง ผู้ให้การคุ้มครองชุมชนและการเดินทางออกนอกชุมชนในยามวิกาล พระองค์ทรงเป็นที่นับถือยิ่งของชาวตมิฬทั้งในอินเดียใต้ และในหมู่ชาวตมิฬผลัดถิ่น เช่นใน มาเลเซีย และสิงคโปร์ พระองค์ทรงเป็น กาวัล เดย์วัม (காவல் தெய்வம்/Kaval deivam) หรือ เทพผู้พิทักษ์ชุมชนที่ได้การเคารพบูชายิ่ง และโดดเด่นกว่า เทพผู้พิทักษ์ชุมชนองค์อื่นของชาวตมิฬ อย่าง กรุปปัน ซามิ,มทุไร วีรัน,กาตตวรายัน และอรวาน เป็นต้น และถือเป็นผู้นำของเทพเหล่านั้นอีกด้วย ตำนานขององค์มุนีศวรัน เป็นในแบบตำนานพื้นบ้าน มุขปาฐะ โดยกล่าวว่า พระมุนีศวรัน ทรงปรากฏออกมาจากพระนลาฏของพระศิวะ ในคราที่พระศิวะทรงพิโรธพระทักษะที่ได้กล่าวดูหมิ่นพระองค์ในพิธีมหายัชญะ และเป็นเหตุให้พระทากษายณี (พระสตี) ต้องทำการเผาตนเองด้วยเพลิงแห่งตบะเพื่อชำระบาปที่ได้สดับฟังคำดูหมิ่นพระสวามี และพระเจ้าของตนจากโอษฐ์ของบิดาตน โดยพระมุนีศวรันทรงปรากฏออกมาเจ็ดรูปด้วยกัน โดยรับหน้าที่ไปลงโทษผู้เห็นดีเห็นงามกับพระทักษะ และให้การคุ้มครองผู้ไม่มีความผิดในพิธีมหายัชญะของทักษะ ประชาบดี อีกตำนานกล่าวถึง พระมุนีศวรันทั้งเจ็ดรูป ปรากฏมาเพื่อทำการอารักขา พระอุมา ในขณะที่อันธกาสุระได้มาทำสงครามกับพระศิวะเพื่อชิงตัวพระอุมาไป พระมุนีศวรันทั้งเจ็ดรูปนี้มักปรากฏประดิษฐานในวัดของ ปัจไจ อัมมัน (பச்சை அம்மன்/Pacchai Amman) และ เทวีท้องถิ่นอื่นๆในบางพื้นที่ของตมิฬ […]

เกร็ดความรู้ เทวะตำนาน

ตำนานแห่งพระพัลลาเฬศวร ที่ประดิษฐานอยู่ในเทวาลัยพัลลาเฬศวร ณ หมู่บ้านปาลี

ตำนานแห่งพระพัลลาเฬศวร ที่ประดิษฐานอยู่ในเทวาลัยพัลลาเฬศวร ณ หมู่บ้านปาลี ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งชื่อว่าปาลี (पाली) มีพ่อค้าคนหนึ่งชื่อว่า กัลยาณะ(कल्याण – Kalyana) กับภรรยาของเขาที่มีชื่อว่าอินทุมตี (इन्दुमती – Indumati) ได้มีบุตรชายคนหนึ่งชื่อว่า “พัลลาฬะ (बल्लाळ – Ballal)” แล้วในวันหนึ่งพัลลาฬะซึ่งเป็นบุตรของทั้งสองนี้ ก็ได้นำเหล่าเพื่อน ๆ ของเขานั้นไปทำการบูชาโดยใช้ก้อนหินก้อนหนึ่งซึ่งมีขนาดใหญ่ก้อนหนึ่ง ซึ่งพวกเขานั้นสมมุติให้เป็นองค์มูรติของพระเคณศ อีกทั้งพวกเขายังเพียรบูชาซึ่งมูรติของพระเคณศนี้จนลืมความหิวกระหายและจนไม่รู้วันรู้คืน (ไม่ยอมกลับบ้าน) ในช่วงนั้นเองผู้ปกครองของบรรดาเด็ก ๆ ทั้งหลายในหมู่บ้านก็มุ่งไปยังเรือนของกัลยาณะ และทำการต่อว่าเกี่ยวกับการนำไปของพัลลาฬะเช่นนี้ เมื่อกัลป์ยาณะโดนต่อว่าเช่นนั้น เขาก็เกิดความโกรธและรีบออกจากเรือนไปค้นหาลูกชายของเขาและบรรดาเด็ก ๆ ทั้งหลาย ครั้นเมื่อค้นเจอแล้ว กัลยาณะนี้ก็พบว่าพัลลาฬะกับเพื่อน ๆ นั้นกำลังใจจดในจอกับพระมูรติของพระคเณศอยู่ (ในนั้นกล่าวว่าพวกเด็ก ๆ ทั้งหลายกำลังได้รับฟังซึ่งคเณศปุราณะจากพระคเณศอยู่) แล้วด้วยความโกรธนั้นกัลยาณะจึงได้รีบตรงเข้าไปทำลายซึ่งซุ้มบูชาพระคเณศขนาดเล็กนั้นลง อันทำให้บรรดาเพื่อน ๆ ของพัลลาฬะนั้นพากันหวาดกลัวแล้ววิ่งหนีไป ส่วนพัลลาฬะผู้ภักดีในพระคเณศยิ่งนั้นกลับยังคงนั่งบูชาพระคเณศอยู่ ณ ที่เดิม ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้กัลยาณะนั้นโกรธยิ่งขึ้นไปอีก แล้วทำการทุบตีซึ่งบุตรของเขาอย่างหนักจนเลือดเปื้อนไปทั้งเสื้อผ้า จากนั้นกัลยาณะก็ได้นำเอาตัวของพัลลาฬะไปมัดไว้กับต้นไม้ แล้วก็มาทำลายข้าวของบูชาของพวกเด็ก ๆ และได้พยายามทำลายซึ่งก้อนหินใหญ่อันเป็นพระมูรติของพระคเณศนี้ด้วยการพยายามยกขึ้นและทุ่มลงกับพื้นให้แตก เมื่อได้ทำดังนี้แล้วกัลายณะก็เตรียมจะเดินทางกลับไปยังเรือน […]

เกร็ดความรู้ เทวะตำนาน

ราหุ…ลูกกำพร้า

ได้รับคำแนะนำจากพี่ที่เคารพ ให้เขียนอะไรเกี่ยวกับเรื่อง “สุริยุปราคา” ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 26 ธันวาคมที่จะถึงนี้ เนื่องจากตนเองไม่มีความรู้ทางโหราศาสตร์ ครั้นจะเขียนเรื่องนี้ก็กระดากใจ เลยรับปากเขาว่าจะหาเรื่องเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาเล่าแทน ดังที่หลายท่านทราบแล้ว คนโบราณท่านเล่าเรื่อง “จันทรคราส” และ “สุริยคราส” แบบปรัมปรานิทาน เป็นลักษณะบุคลาธิษฐาน เล่าปรากฏการณ์ธรรมชาติเป็นเสมือนเป็นตัวเป็นตนอย่างคน ตั้งแต่สมัยพระเวทแล้ว ใน ฤคเวท มีการกล่าวถึง “สฺวรฺภานุ” (สวรฺ “สวรรค์ ท้องฟ้า” + ภานุ “แสงสว่าง หรือ พระอาทิตย์ หรือ เจ้าผู้เป็นใหญ่”) ว่าเป็นผู้ทำให้เกิดสุริยุปราคาและจันทรุปราคา หรือ คราส ชื่อของ สฺวรฺภานุ นี้ ไม่รู้จะแปลอย่างไรดีให้เหมาะสม จะว่า เป็นแสงสว่างในสวรรค์ก็ไม่ใช่ เพราะตัวสฺวรฺภานุเป็นอสูรที่ก่อให้เกิดความมืด หรือจะแปลว่า ผู้มี (หมายถึง ผู้จับ) แสงสว่าง/พระอาทิตย์ในสวรรค์ หรือท้องฟ้าก็เป็นได้ ต่อมาตั้งแต่ อาถรรพเวท ลงมา มีปรากฏใช้ชื่อ “ราหุ” ที่เราคุ้นเคยกันด้วย “ราหุ” […]

திரையில் மலர்ந்த அம்மன் பக்தி பாடல்கள்

Upcoming Events

  1. พิธีบูชาองค์ค์พระแม่ศรีมหาวาราห์ลักษมีเทวี

    20 August @ 5:30 pm - 9:00 pm UTC+7
  2. พิธีบูชาวันคล้ายวันประสูติองค์พระกฤษณะ

    30 August @ 5:30 pm - 8:30 pm UTC+7
  3. พิธีบูชาวันคล้ายวันประสูติองค์พระพิฆเนศวร

    10 September @ 5:30 pm - 9:30 pm UTC+7
  4. งานพิธีบูชาองค์พระวิษณุ

    18 September @ 5:00 pm - 9:00 pm UTC+7
  5. งานพิธีบูชาองค์พระวิษณุ

    25 September @ 5:00 pm - 9:00 pm UTC+7

ตำนานนาฏศาสตร์ อันถูกถ่ายทอดจากพระพรหมา และ พระศิวะสู่พระฤๅษีภรต

พระเรณุกามพา และ พระมาตังคี

ปาวาไฏรายัน บุตรชายแห่ง อังกาลัมมัน

พระอังกาละ ปรเมศวรี แห่ง เมลมไลยะนูร

เอลไล อัมมัน และ โปเลรัมมะ เจ้าแม่ผู้คุ้มครองหมู่บ้าน

พระเทวี กับ ใบสะเดา (เวปปิไล – Veppilai)

ปัจไจ อัมมัน – Pacchai Amman

มุนีศวรัน – Muneeshwaran

ประกาศปิดการเข้าสักการะ และการร่วมศาสนพิธีต่างๆ ภายในเทวสถาน วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก สีลม)

บทความพิเศษเรื่อง “भरतनाट्यम् – ภารตนาฏยัม คืออะไร”

Tags

Share via
Copy link
Powered by Social Snap