Samayapuram Mariamman Songs

เทวะตำนาน

พระวิษณุทุรไค

พระวิษณุทุรไค ( ஸ்ரீ விஷ்ணு துர்க்கை ) ( Shree Vishnu Durgai) พระขนิษฐาแห่งพระวิษณุ และ ทรงเป็นพลังอำนาจแห่งพระวิษณุ กับ ตำนานการถือพรตในวันเอกาทศี ในกฤดายุคนั้นมีอสูรตนหนึ่งนามว่า มุระ (Demon Mura) ทรงพละกำลังมาก ได้สร้างความเดือดร้อนความวุ่นวายไปทั่วทั้นตรีภพ แม้กระทั้ง เทวราชอินทระ, พระกุเวรจอมยักษา, พระยมเทพ, พระวรุณ, พระอัคนี, พระวายุ และ คนธรรพ์ราช ก็ยังมิอาจปราบอสูรได้ เหล่าเทวะและ มุนีทั้งหลายจึงพากันไปเข้าเฝ้าพระศิวะ (Bhagavan Shiva) ผู้ประทับบนยอดเขาไกรลาส พระศิวะ ทรงตรัสแก่เหล่าเทวและมุนีทั้งหลายว่า มีแต่ พลังอำนาจของพระวิษณุ (Bhagavan Vishnu) เท่านั้นที่สามารถปราบมุราสุระได้ พระศิวะ,พระพรหม และ เหล่าเทวดาพร้อมมุนีทั้งหลายจึงต่างพากันเข้าเฝ้า พระวิษณุ ณ ไวกุณฐะ อันเป็นทิพยวิมานของพระองค์ พระวิษณุ ไวกุณฐนาถ เหล่าเทวะและมุนีทั้งหลายจึงทูลถึงความชั่วร้ายของมุระ ต่อพระองค์ปัทมนาภะ พระวิษณุ […]

เทวะตำนาน

กุเวร

ท้าวกุเวร หรือที่เรียกนามอีกด้วยว่า “เวสวัน” หรือ “ไพษรพน์” มีกำเนิดเป็นยักษ์และมีบริวารเป็นยักษ์ แต่เหตุใดจึงเข้าข้างฝ่ายเทวดาทุก ๆ คราวที่เทวดารบกับยักษ์? ข้อนี้ย่อมเป็นข้อฉงนของคนโดยมากแท้จริงในเรื่องรามเกียรติ์ก็มีแถลงประวัติของท้าวกุเวรแต่ในที่นั้นเรียกว่า “ท้าวกุเปรัน” จึงไม่มีใครสำเหนียกว่าเป็นตัวเดียวกันกับท้าวกุเวรรั้นเอง มีนามกลายเป็น “กุเปรัน” ไปนั้น ข้าพเจ้าสันนิฐานว่าคงเป็นไปโดยทางเดียวกับ “เซอร์ เจมส์ บรุก” กลายเป็น “ชีจำปลุ๊ก” เช่นที่กล่าวมาแล้วในคำอธิบายที่ ๑๔ กล่าวคือ พราหมณ์ผู้เป็นครูคงได้ออกนามว่า “กุเพร” ซึ่งตามสำเนียงสันสกฤตก็คล้าย “กุเบรัน” ผู้จดจึงจดลดลงตามที่ตนได้ยินแล้วเมื่อคัดลอกต่อกันมา หางตัว บ ยาวออกจึงกลายไปเป็นเป ส่วนประวัติในต้นรามเกียรติ์กล่าวได้ถูกต้องดีพอประมาณแต่เพราะเหตุที่ “ท้าวกุเปรัน” นับตั้งแต่ถูกทศกัณฑ์แย่งบุษบกแล้วก็มิได้กล่าวถึงอีกคนไทยโดยมากจึงมิใคร่ได้ใฝ่ใจถึง ฉะนั้นที่นี้ข้าพเจ้าขอแถลงประวัติของท้าวกุเวรโดยย่อ ตามที่มีในอุตตรกัณฑ์แห่งรามายณะและเก็บจากที่อื่นประกอบบ้างพอสมควร ในกฤตยุค พระปุลัสตยะประชาบดี ผู้เป็นมานะสาบุตรของพระพรหมบำเพ็ญฌานอยู่ในป่าหิมพานต์ ให้รับความรำคาญเป็นอันมาก เพราะมีสตรีหลายคนชอบไปขับลำทำเพลงและจับระบำเล่นที่ข้างอาศรม พระปุลัสตยะจึงประกาศคำสาปไว้ว่า ถ้าหญิงใดเข้าไปใกล้อาศรมของเธออีกให้เกิดมีครรภ์ มีนางกษัตริย์องค์ ๑ ซึ่งเป็นบุตรีของท้าวตฤณะวินทุ  มิได้ทราบคำสาปนี้เดินเข้าไปใกล้อาศรม จึงเกิดมีครรภ์ ครั้นท้าวตฤณะวินทุทราบ ดังนั้นก็เลยยกธิดาให้แก่พระปุลัสตยะ และนางมีโอรสชื่อวัสวิศระ หรือ เรียกตามกำเนิดว่า “เปาลัสตยะ” […]

เทวะตำนาน

พระสวามีอัยยัพปา

พระราชาศรีกาลา ทรงเป็นพระราชาที่เปี่ยมไปด้วยพระอัจฉริยภาพ และความกล้าหาญ ทำให้พสกนิกรอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุขและถือเป็นยุคทองแห่งราชอาณาจักร แต่อย่างไรก็ตามตัวของพระราชาก็ยังทรงกลุ้มพระทัยเนื่องจากไม่มีทายาทสืบราชบัลลังค์ ในทุกวันพระองค์จึงทรงไปขอพรจากพระศิวะเทพเพื่อให้ประทานบุตรให้ อีกด้านหนึ่งอสูรมหิงสาสุรัน บุตรแห่งรัมบัน เข้าพิธีทรมานตนเองอย่างหนัก จนกระทั่งร้อนไปถึงองค์พรหมเทพ จนกระทั่งมาปรากฎพระองค์เบื้องหน้าอสูร และให้พรแก่อสูรนั้น โดยพรข้อนั้น คือ ขอไม่ให้มนุษย์ใดในโลกสามารถทำร้ายและฆ่าตนได้ เมื่อได้รับพรแล้ว มหิงสาสุรัน ก็เริ่มนำกำลังทัพเข้ารุกราน และฆ่าคนบนโลกอย่างสยดสยอง ทำให้คนทั้งหลายทั้งโกรธทั้งกลัวต่างพากันวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง     เหล่าเทวดาเห็นถึงความร้ายกาจของมหิงสาสุรันจึงได้ทูลขอให้พระจันธิกาช่วยปรามพระจันธิกาพยายามพูดให้มหิง สาสุรันให้ลดความอำมหิตลงโดยทรงบอกให้นำพรที่ได้จากพระพรหมไปใช้ในทางที่ถูกที่ควร แต่มหิงสาสุรันไม่ฟัง ยังคงฆ่าคนต่อไป จนในท้ายที่สุดพระจันธิกาจบชีวิตมหิงสาสุรันลง มหิงสี บุตรตรีแห่งคารัม ซึ่งเป็นพี่ชายของรัมบัน เห็นลูกพี่ลูกน้องตนถูกเหล่าเทวดาฆ่าตาย ด้วยความพยาบาทนางอสูรจึงประกอบพิธีทรมานตนเพื่อขอพรแก่พระพรหม จนท้ายที่สุดก็ได้รับพรจากพระพรหม องค์พรหมเทพเกรงว่าจะเหมือนครั้งก่อนจึงให้เงื่อนไขว่า เจ้าจะขอพรอันใดก็ได้ ยกเว้นเสียแต่ขอพรให้มีชีวิตอมตะ มหิงสีจึงขอพระพรหมว่า ขอให้ทั้งสามโลกไม่มีผู้ใดฆ่านางได้ยกเว้นเสียแต่บุตรอันเกิดจากองค์วิษณุและองค์ศิวะเทพเท่านั้น เมื่อได้พรนางมหิงสีนำกำลังเข้าบุกเทวโลกและมนุษย์โลกทันที     ด้วยการที่เหล่าเทวาทั้งหลายได้หลบหนีไปคนละทิศทางนั้น ได้บุกรุกไปยังอาศรมของฤาษีท่านหนึ่ง ฤาษีนั้นโกรธที่ถูกบุกรุกเลยสาปแช่ง เหล่าเทวดากลัวต่อคำสาบแช่งนั้น จึงได้ไปขอร้องให้องค์วิษณุเทพช่วย มหาวิษณุกล่าวว่าการที่จะทำให้คำสาปนั้นสูญสลายไปก็มีอยู่แต่ของสิ่งนั้นต้องไปนำมาจากเทวโลก แต่ตอนนี้มหิงสีได้ครอบครองอยู่ ด้วยความต้องการช่วยเหลือเหล่าเทวา พระองค์จึงเนรมิตกายเป็นสตรีเพศ นามว่า โมหิณี เข้าไปยังเมืองของมหิงสี แต่ตอนกลับองค์ศิวะเทพทรงทอดพระเนตรเห็นองค์วิษณุเทพที่อยู่ในรูปของนางโมหิณีเข้า จึงเกิดพอพระทัย […]

เทวะตำนาน

พระกฤษณะ

พระกฤษณะเป็นหลานตาของกษัตริย์ ณ มถุรานคร พระกษัตริยมรมพระนามว่าอุคระเสน พระกษัตริย์มีบุตร 2 คน พญากงส์และนางเทวกี นางเทวกีได้สมรสกับพระวสุเทพ ต่อมาพญากงส์กบฎต่อพระบิดา ได้จับพระบิดาอุคระเสนและพี่สาวพี่เขยขังไว้ โหรทำนายว่าบุตรคนที่แปดของนางเทวกีจะฆ่าพญากงส์ พญากงส์จึงฆ่าลูกทุกคนของนางเทวกี หลังจากฆ่าหกคนแรกแล้ว คนที่เจ็ดแท้ง พระกฤษณะเป็นคนที่แปด พระวสุเทพสามารถลักลอบเอาพระกฤษณะไปฝากให้โคบาลชื่อนันทะและนางยโศธาเลี้ยง … ที่มาและกำเนิดพระกฤษณะ …     พระวิษณุเทพ มีหลายภาคหลายอวตาน ซึ่งแต่ละอวตานนั้นพระองค์ลงมาเพื่อช่วยปราบอสูร และยุคเข็ญทั้งหลาย และ มีอยู่อวตานหนึ่งซึ่งพระองค์ถือกำเนิดจากพระวสุเทพ     กำเนิดพระกฤษณะ   พระราชาศูรปกครองชาวสุรเสนในนครมธุรา มีลูกด้วยกันสองคน คนโดเป็นผู้ชายชื่อเจ้าชายวสุเทพ อีกคนเป้นลูกสาวชื่อเจ้าหญิง กุณตี ท้าวอุรุเสนนั้นมีลูกมากซึ่งลูกที่เป็นรัชทายาทและเกเรมากชื่อว่า ท้าวกังษะ     ตอนหลังได้จับพ่อไปขังและขึ้นครองราชย์แทน ด้วยความที่ท้าวกังษะนั้นค่อนข้างโหดเหี้ยมทารุณกลัวว่าท้าววสุเทพเพื่อนรัก นั้นจะไม่ช่วยเหลือคนในการครองราชย์บ้านเมืองจึงยกน้องสาวชื่อ นางเทวกี ((ท้าวกังษะ มีน้องสาวสองคน คือ นางเทวกีและนางโมหิณี) และก็ได้อยู่ช่วยงานท้าวกังษะ ซึ่งยังความเดือดร้อนแก่คนในเมืองเป็นอย่างมาก ต้องส่งส่วยนมเนยทุกวัน   วันหนึ่งท้าวกังษะกำลังจะออกประภาสป่าก็ได้มีพบพระนารัทมุนีมายืนตัดหน้าแล้วบอกว่า เรามาที่นี่เพื่อจะบอกว่า […]

เทวะตำนาน

พระอันนาปุราณะ

พระอันนาปุราณะเทวี ในภาษาสันสฤต อันนา หมายถึง อาหาร และ ปุระณะ หมายถึง ความสมบูรณ์พร้อม ดังนั้นพระอันนาปุราณะ จึงหมายถึงเทวีผู้ประทานความอุดมสมบูรณ์ทางด้านอาหารการกิน โดยพระองค์ทรงมีพลังอำนาจที่จะสามารถประทานอาหารได้อย่างไม่มีวันหมด ดังนันแล้วพระองค์จึงเป็นที่เคารพและสักการะแก่ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับอาหาร (เป็นอีกภาคปางหนึ่งของพระปารวตี)   เทวรูปหรือรูปเคารพของพระองค์จะถูกตั้งอยู่บนโต๊ะอาหาร, ร้านอาหารต่างๆ หรือแม้กระทั่งห้องครัว โดยก่อนที่จะลงมือทาน, ทำอาหาร รวมไปถึงก่อนเปิดกิจการร้านอาหารในแต่ละวัน ผู้ที่บูชาจะทำการบูชาพระองค์ก่อนเสมอ โดยมีความเชื่อกันว่าถ้าใครบูชาพระแม่อันนาปุราณะ ตลอดชีวิตของผู้นั้นจะไม่เผชิญกับความอดอยาก และพรของพระองค์จะทำให้อาหารที่กินไปนั้นเป็นอาหารศักดิ์สิทธิ์ เมื่อได้ทานจะไม่เจ็บไม่ป่วย มีชีวิตเป็นอมตะ และมีพละกำลังมหาศาล     ตำนานของพระอันนาปุราณะ         การบูชาพระอันนาปุราณะนี้เกิดขึ้นมานานด้วยสาเหตุที่ว่าอยู่ๆ อาหารทั้งหมดบนโลกได้ถูกทำลายและสูญสลายหายไปจนหมดสิ้น ไม่ว่ากระทั่งพื้นที่ทำกิน หรือแม้แต่ในยุ้งฉางของชาวบ้าน จนทำให้ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากด้วยภาวะอดอยาก ไม่มีสิ่งใดที่จะให้บริโภคเพื่อประทังความหิว ผู้คนทั้งหลายจึงได้ทำการสวดบูชาอ้อนวอนถึงพระพรหมเทพ โดยให้พระพรหมหาวิถีทางช่วยขจัดปัดเป่าทุกข์และความแล้นแค้นในครั้งนี้ ทำให้เดือดร้อนถึงพระพรหมจนกระทั่งได้ไปอ้อนวอนต่อพระวิณุให้ช่วยเหลือ จากนั้นทั้งสองพระองค์จึงได้ไปปลุกพระศิวะมหาเทพให้ออกจากการเจริญสมาธิ พระศิวะจึงคิดอุบายและไปขอร้องให้พระอันนาปุราณะช่วยเหลือเพื่อให้ความอุดมสมบูรณ์ทางด้านพลาหาญกลับคืนมา โดยให้พระอันนาปุราณะลงไปจุติยังโลกมนุษย์ จากนั้นพระองค์จะทรงแปลงพระวรกายของพระองค์เป็นดั่งขอทาน ไปขอประทานข้าวจากพระอันนาปุราณะ เมื่อได้ข้าวแล้ว พระศิวะจึงโปรยข้าวไปรอบๆ และเมื่อโปรยข้าวลงที่ยุ้งฉาง ยุ้งฉางที่เคยว่างเปล่าก็กลับมีพลาหาญอยู่เต็มยุ้ง พื้นนาที่ว่างเปล่า ก็กลับมีความอุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์พืชขึ้นอีกครั้ง […]

เทวะตำนาน

สัปตะมาตริกา

“สัปตะมาตริกา” พระแม่ทั้ง 7 พระองค์   พระแม่ทั้ง 7 พระองค์ เรียกว่า ” สัปตะมาตริกา ” ปรากฎอยู่ในนิกายศักติ ถือว่าเป็นบูรพเทวีที่ได้รับการเคารพบูชามาแต่โบราณ ผู้คนส่วนมากจะบูชาขอพรเพื่อการปกป้องและฝากลูกหลานไว้ให้พระองค์คอยดูแล พระแม่ทั้ง 7 องค์ถือเป็นพละกำลังฝ่ายสตรีที่ถือกำเนิดจากพระชายาแห่งเทพบุรุษโดยบรรดาพระชายาเหล่านั้นได้รับพลังจากพระแม่ศักติหรือพระแม่ศรีมหาอุมาเทวีอีกที ได้แก่     พระจามุนดี หรือ จามุนเดศวรี พระองค์ถือกำเนิดจากพลังของพระศักติ พระพักตร์ดุร้าย มี 3 พระเนตร 8 พระกร ถือตรีศูล กระบอง ลูกศร จักร คันศร สังข์ ปาศะ (บ่วงบาศก์) และ โล่ห์ เป็นศาสตราวุธทรงกระบือเป็นพาหนะ พระบาทซ้ายวางบนศีรษะของมารผู้ศิโรราบและสวดมนต์ถึงพระนาง       พระมเหศวรี พระองค์ถือกำเนิดจากพลังของพระศิวะมหาเทพ และพระอุมา มี 3 พระเนตร ผิวพระวรกายขาวบริสุทธิ์ 4 พระกร […]

เทวะตำนาน

พระศิวะ

พระศิวะจัดว่าเป็น พระเป็นเจ้าที่มีผู้เคารพรักมากที่สุดพระองค์หนึ่ง ตามเทวตำนานกล่าวว่า พระองค์มีพระกรุณาสูงส่ง มีพระวรกายสีขาวชโลมด้วยเถ้าถ่าน(ภาสมะ) ทรงมุ่นมวยพระเกศาไว้บนพระเศียร ทรงทัดพระจันทร์เป็นปิ่น(จันทรเศขร) บนยอดพระเกศามีพระคงคาไหลวนอยู่(คงคาธร) มีสามพระเนตร(ตรีเนตร) พระเนตรตรงกลางพระนลาฏ(หน้าผาก) ถ้าลืมออกดูก็จะกลายเป็นไฟบรรลัยกัลป์ผลาญ โลก ทรงมีสังวาลเป็นนาค พระศอมีสีนิล(นีลกัณฐ์) เพราะยาพิษที่ทรงเสียสละดื่ม ทรงนุ่งห่มหนังเสือหรือหนังช้าง มีสองพระกร บ้างก็ว่าสี่พระกร ทรงตรีศูลเป็นอาวุธสำคัญ มีพระอุมาฯ เป็นชายา พระคเณศแลพระสกันทะ (ไทยเรียก-ขันธกุมาร อินเดียใต้เรียก-พระสุพรหมัณย์) เป็นโอรส มีพระนิเวศที่เขาไกรลาศ รูปที่นิยมทำคือรูปทรงเข้าสมาธิ เพราะทรงเป็นบรมโยคี บ้างก็นิยมทำเป็นรูปมีห้าพระพักตร์อันเป็นสัญลักษณ์แสดงมูลธาตุทั้งห้าของ โลกคือ ดิน น้ำ ไฟ ลม และอวกาศ Share via: Facebook Twitter LinkedIn Copy Link Print More

เทวะตำนาน

ตรีปุณทร

คนทั้งหลายที่ได้กราบไหว้บูชาต่อพระศิวะเทพแล้วจะได้รับพรแห่งความผาสุกและ ความร่ำรวย มีฐานะสูงขึ้น บาปกรรมต่างๆ ไม่กล้ากล้ำกลายต่อคนเหล่านี้ ผู้ได้ท่องสวดถึงพระนามของพระศิวะเทพตลอดกาล   เป็นสิ่งที่แน่นอนว่าผลบุญ ที่ทำขึ้นจากการได้จาริกแสงบุญไปยังสถานที่ทาง ศาสนาทั้งหลายนำมาซึ่งความสดชื่น ยินดี ขจัดบาปทั้งหลาย การจุ่มตัวลงในแม่น้ำอันศักดิ์สิทธิ์ ตริเวณี (เป็นสถานที่ซึ่งแม่น้ำคงคาและแม่น้ำยมนา แม่น้ำสรัสวตี ไหลมารวมกัน)   พระนามของพระศิวะเทพ, ขี้เถ้าถ่าน และ เมล็ดรุทรากษะ ทั้งสามสิ่งนี้สำคัญยิ่งและมีผลเท่ากับการได้ไปชำระร่างกายในแม่น้ำ ตริเวณี ผู้ที่จะสามารถประกอบได้ทั้งสามสิ่งในเวลาเดียวกันนั้นยากที่จะได้เห็น พระพรหมทรงได้ตรัสไว้ว่า พระนามของพระศิวะเทพนั้นเท่าเทียมกับแม่น้ำคงคา เถ้าถ่านที่ใช้ทาถูกร่างกายนั้นเปรียบเหมือนแม่น้ำยมุนา เมล็ดรุทรากษะเท่ากับแม่น้ำ สรัสวตี     บาปยิ่งใหญ่ ความทุกข์โศกต่าง ๆ ผลสำเร็จรวดเร็วแห่งการประกอบพิธีทางศาสนา สามารถขจัดให้หมดสิ้นไป และยังให้เกิดผลขึ้นได้ด้วยการท่องสวดถึงพระนามทั้งหลายของพระศิวะเทพ คนผู้ได้บูชาด้วยการท่องสวดพระนามของพระองค์ในโลก ถือว่าเป็นผู้ปฏิบัติตามกฎแห่งพระเวทย์อย่างแท้จริง ด้วยมีวิญญาณที่มีคุณธรรม เป็นผู้คงแก่เรียนที่ดี น้ำอมฤตแห่งพระนามพระศิวะเทพนั้นต้องดื่มกิน เป็นประจำด้วยคนผู้มีความทุกข์แห่งบาปจะได้ข้ามมหาสมุทรบาปนี้ได้ คนผู้ได้ทาถูร่างกายให้บริสุทธิ์ด้วยการใช้ขี้เถ้าถ่านทางศาสนาและประกอบการ ท่องสวดถึงพระศิวะเทพหลายโกฏิ ครั้งแล้วจะหมดสิ้นความทุกข์ทรมาน   ความยิ่งใหญ่ของขี้เถ้าถ่านทางศาสนา เถ้าถ่านแห่งธรรมชาติอันเป็นมงคลนั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ   มหาภัสมะ(ขี้เถ้ายิ่งใหญ่) […]

ถ่ายทอดงานแห่ประเพณี วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก สีลม) ประจำปี ๒๕๖๒ วันอังคาร ที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๒

ถ่ายทอดสดงานแห่ประเพณี วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก สีลม) ประจำปี ๒๕๖๒ วันอังคาร ที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๒

โพสต์โดย Hindu Meeting (Fan Page) เมื่อ วันอังคารที่ 8 ตุลาคม 2019

Upcoming Events

  1. ขอเชิญร่วมพิธีบูชาวันคล้ายวันประสูติองค์พระหนุมาน (HANUMAN JAYANTHI)

    December 26 @ 5:30 pm - 8:30 pm UTC+7
  2. ขอเชิญร่วมพิธีบูชาเนื่องในวันขึ้นปีใหม่

    January 1, 2020 @ 5:30 pm - 8:30 pm UTC+7
  3. พระราชพิธีตรียัมพวาย – ตรีปวาย

    January 1, 2020 @ 8:00 pm - January 15, 2020 @ 10:00 pm UTC+7
  4. ช้าหงส์ ส่งพระอิศวร

    January 10, 2020 @ 8:00 pm - 11:59 pm UTC+7
  5. ช้าหงส์ ส่งพระพรหม

    January 12, 2020 @ 8:00 pm - January 13, 2020 @ 11:59 pm UTC+7

Tags

Share via
Copy link
Powered by Social Snap