เทวะตำนาน

กำเนิดพระคเณศ จากคัมภีร์ พรหมไววรรตะ มหาปุราณะ

กำเนิดพระคเณศ ในคัมภีร์ พรหมะไววรรตะ มหาปุราณะ (Brahmavaivarta mahapurana/ब्रह्मवैवर्तमहापुराण )ปรากฏใน คณปติขณฺฑ (Ganapati Khanda/गणपतिखण्ड ) เป็นตอนอันว่าด้วย เทวปกรณัม แห่ง พระคณปติ ผู้เป็นภาคปรากฏอันประเสริฐศรี แห่ง ศรีกฤษณะ ศยามสุนทร ( Shree Krishna Shyamasundara/श्रीकृष्ण श्यामसुन्दर ) เทวปกรณัม คณปติสมภพ ในพรหมะไววรรตะปุราณะ มีอยู่ว่า หลังจากที่ องค์พระภควานศิวะ (Bhagavan Shiva/भगवान शिव) และ พระแม่ปารวตี (Parvati Mata/पार्वती माता) วิวาห์กันแล้วเนิ้นนาน แต่ก็ยังไม่มีโอรส พระแม่ปารวตี ประสงค์ที่จะได้โอรส วันหนึ่ง พระศิวจึงตรัสแนะนำขึ้นว่า พระเทวีปารวตี ควรประกอบพิธี ปุณยพรต (Punya Vrat/पुण्य व्रत)ขึ้นเพื่อให้ได้มาซึ่งโอรส โดยพิธีปุณยพรตนั้น มีกำหนดขึ้นหนึ่งปี พระมเหศวรีทรงบำเพ็ญปุณยวรตนี้อยู่หนึ่งปีตามกำหนด ในพิธีนี้ […]

เทวะตำนาน

เทวลักษณะของพระศิวะ

พระศิวะทรงปรากฏองค์เป็นบุรุษ ทรงเป็นโยคีผู้อยู่อย่างสมถะ ประทับบนขุนเขาไกลาศ (ด้วยเหตุนี้จึงทรงมีพระนามว่า ไกลาศวาสิน หมายถึง ผู้ประทับยัง ณ ขุนเขาไกลาศ) พระองค์ทรงมีฉวีวรรณขาวผุดผ่องดั่งการบูร กระจ่างใสเรืองรองดุจดังสผฏิกะ(เคลียร์ควอตซ์) แลด้วยเหตุนี้จึงทรงนามว่า ศุทธวิคระฮะ หมายถึง ผู้ทรงมีพระวรกายอันบริสุทธิ์ บ้างว่า ทรงมีฉวีวรรณสีฟ้าอมแดง (สีม่วง) อันเนื่องมาจากการดื่มพิษของพญาวาสุกีนาคที่พ่นพิษขณะทำพิธีกวนเกษียรสมทุรไว้ จนพระวรกายของพระองค์จากสีขาวดังน้ำนม แปรเปลี่ยนเป็นสีม่วง (ด้วยเหตุนี้จึงทรงพระนามว่า นีลโลหิตะ) อีกทั้งยังให้พระศอของพระองค์เป็นสีฟ้าคราม (ด้วยเหตุนี้จึงทรงนาม นีลกัณฐ์ และ ศิติกัณฐ์) ทรงเปลือยพระวรกาย นุ่งลมห่มฟ้า (ด้วยเหตุนี้จึงทรงมีพระนามว่า ทิคัมพร หมายถึง ผู้มีทิศเป็นเครื่องนุ่งห่ม และจิตัมพร อันหมายถึง ผู้มีจิตเป็นเครื่องนุ่งห่ม) บ้างว่า ทรงหนังสัตว์เป็นอาภรณ์ ทรงมีงูเห่า และงูจงอาง (นาค) เป็นอาภรณ์ แลเครื่องอลงกรณ์ (ด้วนเหตุนี้จึงทรงมีนามว่า นาคภูษณะ) โดยมีพญาวาสุกี นาคราช พระอนุชาของ เศษนาค (อนันตนาคราช) เป็นสร้อยพระศอ พระวรกายชโลมด้วยผงขี้เถ้าศักดิ์สิทธิ์อันได้มาจากพิธีกรรมทางศาสนา ทางวามจาร ตันตระว่าเป็นผงขี้เถ้าจากการฌาปนกิจศพ […]

เทวะตำนาน

เอกานังศา และ วินธยวาสินี

จากบทความก่อนเราได้พูดถึง พระนางสุภัทรากันไป ถึงตำนานความเชื่อต่างๆ เกี่ยวกับการกำเนิดของพระนาง ยังรวมถึงตำนานโดยคร่าวของ เอกานังศา (एकानंसा/Ekanamsha) อวตารของพระอัมพิกาในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ที่มาเป็นตัวตาย ตัวแทนกฤษณาวตาร และ พระนางวินธยวาสินี (विन्ध्यवासिनी/Vindhyavasini) ซึ่งมิใช่ผู้ใดอื่น นอกจากพระภวานี หรือ เอกานังศาเอง ในครั้งนี้เราจะมากล่าวถึงเรื่องราวของ พระแม่วินธยวาสินี ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น (ที่จริงที่ลงไปในเรื่องของ พระนางสุภัทราก็ชัดเจนแล้ว แต่มีความประสงค์มาแยกเป็นอีกโพสต์หนึ่ง) อ่านเรื่อง สุภัทรา ปูรวชนมะ รหัสยะ ได้ตามลิงก์นี้ https://hindumeeting.com/สุภัทรา-ปูรวชนมะ-รหัสยะ/ ‎ อันขุนเขาวินธยาจล (विन्ध्याचल/Vindhyachala) นั้นตั้งอยู่บนพื้นที่ตอนกลางส่วนบนของอนุทวีปอินเดีย ในสมัยโบราณเทือกเขาวินธยนี้ได้เป็นที่กำหนดเขตแดนทางวัฒนธรรมระหว่าง อินเดียใต้ และอินเดียเหนือ และมีตำนานผูกว่า ขุนเขานี้เคยยิ่งใหญ่จนบดบังดวงตะวัน ยังให้พระฤๅษีอคัสตยะ (ऋषि अगस्तय/Rishi Agastya) ต้องมาแก้ปัญหานี้ ด้วยอุบายให้เจ้าแห่งขุนเขาวินธัยเปิดทางให้ตนไปดินแดนทราวิฑ ในทิศทักษิณ จนกว่าพระฤๅษีจะกลับมา ซึ่งจากนั้นเป็นต้นมา พระฤๅษีอคัสตยะก็พำนักอยู่ในดินแดนทักษิณ ไม่ได้กลับมาอีกเลย นอกจากนี้วินธยาจลยังเป็นหนึ่งในปุณยเกษตร หรือ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในความเชื่อของชาวฮินดูอีกด้วย ด้วยเชื่อว่า ณ ที่แห่งนี้เป็นที่พำนักของพระชคัทรักษกี (जगत्रक्षकी/Jagatrakshaki)(พระนางผู้คุ้มครองโลก)ในกลียุค […]

เทวะตำนาน

สุภัทรา ปูรวชนมะ รหัสยะ

ในครั้งนี้เราจะมากล่าวถึง บูรพชนม์ (ปูรวชนมะ) หรือ อดีตชาติ ของ พระนางสุภัทรา (सुभद्रा/Subhadra) พระชายาในท้าวกิรีฏิน (किरीटिन्/Kiritin)(ผู้สวมใส่กิรีฏมงกุฏ ฉายาหนึ่งของพระอินทร์ และท้าวอรชุน) และพระขนิษฐาอันเป็นที่รักของพระศรีกฤษณะกัน อันพระนางสุภัทรานั้นเป็นพระธิดาในองค์วสุเทวะ (वसुदेव/Vasudeva) กับ พระนางโรหิณี (रोहिणी/Rohini) ทรงกำเนิดภายหลังพระวสุเทพได้รับการปล่อยตัวจากการถูกจองจำ หลังจากการสิ้นชีพของกังสะผู้ทรราช ซึ่งนั้นแปลว่า พระนางทรงถือกำเนิดขึ้นในขณะที่พระกฤษณะ และ พระพลเทพย่างเข้าสู่วัยหนุ่มแล้ว ในตำนานสมัยใหม่อันเป็นที่แพร่หลาย และเป็นที่กล่าวถึงในวงกว้างนั้น กล่าวว่า พระนางนั้นทรงเป็นอวตารแห่ง พระโยคมายา (योगमाया/Yogamaya) หรือ พระทุรเทวี (श्री दुर्गा देवी/Sri Durga Devi) ผู้เป็นรูปปรากฏแห่งพลังมายา หรือ พลังอำนาจเบื้องต่ำของพระพิษณุ และได้รับการบูชาร่วมกับ พระชคันนาถ (ปุรุโษตตมะ ศรีกฤษณะ) และ พระพลเทวะ (เศษะนาค/พระสังกรรษณะ) ในฐานะพระขนิษฐา และอวตารของพระโยคมายา ณ เมืองปุรี อันเป็นปุณยเกษตร หากแต่ตามคัมภีร์ปุราณะทั้งหลายนั้น มิได้ระบุอย่างชัดเจนว่า พระนางสุภัทรานั้นเป็นรูปอวตารของพระไวษณวี […]

เทวะตำนาน

ติลไล กาลิอัมมัน

ติลไล กาลิอัมมัน (தில்லை காளியம்மன்/Thillai Kali Amman) หรือ พรหม จามุณฑีศวรี (பிரம்ம சாமுண்டீஸ்வரி/Brahma Chamundeshwari) เป็น เทวีท้องถิ่นองค์หนึ่ง ใน เมืองติลไล (தில்லை/Thillai) หรือ จิทัมพะรัม (சிதம்பரம்/Chidambaram) เทวสถานของพระนาง มีอายุราว 1000 – 2000 ปี ตำนานกล่าวถึงเมื่อครั้ง พระศิวะ และ พระนางศิวกามสุนทรี ได้แข่งกันร่ายรำ การแข่งขันดำเนินจนถึง ท่าที่พระศิวะ ยกพระบาทขึ้นถึง ระดับพระเศียร แต่ พระนางศิวกามสุนทรี มิสามารถทำตามได้ จึงทำให้พระนางพิโรธจากการพ่ายแพ้ จึงปรากฏองค์ ในรูป อุคระกาลี (กาลีผู้ดุร้าย) พระพรหมา เกรงว่า ความพิโรธของพระนางจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฏอยู่ จึงปรากฏองค์ต่อเบื้องพระพักตร์พระอัมพิกา และ กล่าวสรรเสริญต่อพระนาง ยกพระนางเป็น เวท นายกี (นายิกา แห่ง พระเวท) […]

เกร็ดความรู้ เทวะตำนาน

มหาพเลศวร แห่ง โคกรรณะ

มหาพเลศวร แห่งโคกรรณะ (ಗೋಕರ್ಣ ಮಹಾಬಲೇಶ್ವರ / Mahabaleshwara of Gokarna) เป็นหนึ่งในปุณยสถานของรัฐกรรนาฏกะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย เทวสถานพระศรีมหาพเลศวร ตั้งอยู่ในเมืองโคกรรณะ เขตอุตตระ กันนฑะ ของรัฐกรรนาฏกะ ถือเป็นหนึ่งในมุกติสถาน ของชาวกันนาฑิคะ (ผู้ใช้ภาษากันนฑะเป็นภาษาแม่ ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองในกรรนาฏกะ) ซึ่งมุกติสถาน คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่าเมื่อไปจาริกแสวงบุญแล้วจะได้รับการหลุดพ้น โคกรรณะแห่งนี้ยังได้รับการเรียกขานว่า เป็น กาศี แห่งทักษิณด้วย เช่นเดียวกับเทวสถานอันมีชื่อเสียงของพระศิวะอีกหลายแห่งในอินเดียตอนใต้ ตำนานแห่งปุณยสถานแห่งนี้ ย้อนกลับไปครั้งเตรตายุค อันเป็นยุคที่สองของกัลป์นี้ตามความเชื่อของฮินดู เมื่อพระนางไกกษีมารดาของ จอมรากษสราวณะ ผู้เป็นลังเกศวร ได้กระทำการบูชาต่อพระศิวะ ทำให้องค์เทเวนทระ (พระจอมเทพ อันหมายถึงพระอินทร์) ทรงหวาดเกรง พระเทวราชจึงกลั่นแกล้งนางโดยการลักนำศิวลึงค์ที่นางรากษสีไกกษีกระทำสักการะ และภวนาเป็นประจำนำไปซ่อน ซึ่งเป็นเช่นนี้อยู่หลายครา พระนางไกกษีจึงนำความไปบอกต่อ ลังเกศวร ราวณะผู้โอรส และได้ขอให้ราวณะนำองค์พระศิวะมาสถิตอยู่ ณ สวรรณะนครลังกาให้ได้ ราวณะจึงเดินทางไปยังขุนเขาไกลาศด้วยบุษบกวิมาน ณ ขุนเขาไกลาศ ราวณะได้เข้าสู่รบกับ พระไกลาศนาถ เพื่อนำพระองค์ไปยังลังกานคร แต่ราวณะมิอาจเอาชนะพระองค์ได้ จึงคิดที่จะนำพระองค์ไปพร้อมกับนิวาสถานของพระองค์เสียเลย เช่นนั้นราวณะจึงเนรมิตกายใหญ่โตมหึมาพยาบามจะยกขุนเขาไกลาศ […]

เกร็ดความรู้ เทวะตำนาน

พระฉินนมัสตา

พระฉินนมัสตา (छिन्नमस्ता/chinnamasta) หรือ ฉินนมัสติกา (छिन्नमस्तिका/Chinnamastika) และ ประจัณฑะ จัณฑิกา (प्रचण्ड चण्डिका/Prachanda Chandika) ทรงเป็นหนึ่งในทศมหาวิทยา เทวี ซึ่งเป็นคณะเทวีที่ได้รับการบูชาในคติตันตระ ทรงเป็นเทวีแห่งปัญญาญาน อันอยู่เหนือกามารมณ์ และการตะหนักรู้ในตนเอง พระนามของพระนางนั้นมาจากศัพท์ภาษาสันสกฤตสองคำ คือ ฉินนะ (छिन्न/Chinna) ซึ่งหมายถึง การตัด,การฉีก,ฉีกขาด และการแบ่ง สมาสกับ มัสตะ (मस्त/Masta) หรือ มัสตกะ (मस्तक/Mastaka) อันหมายถึง ศีรษะ เมื่อนำมาเป็นนามสตรี จึงมีการลงเสียงเพื่อบอกเพศ จึงได้รูป ฉินนมัสตา (छिन्नमस्ता/Chinnamasta) และ ฉินนมัสติกา (छिन्नमस्तिका/Chinnamastika) อันหมายถึง นางผู้ตัดเศียร,นางผู้มีพระเศียรที่ฉีกขาด ส่วนนาม ประจัณฑะ จัณฑิกานั้น มาจากคำว่า ประจัณฑะ (प्रचण्ड/Prachanda) ซึ่งหมายถึง ดุร้าย,รุนแรง,ร้อนแรง และความน่าเกรงขาม สมาสกับ จัณฑิกา (चण्डिका/Chandika) นามหนึ่งของพระเทวี […]

เกร็ดความรู้ เทวะตำนาน

ทุรคาษฏมี

ทุรคาษฏมี (दुर्गाष्टमी/Durgashtami) ถือเป็นอีกฤกษ์มงคลหนึ่งในการบูชาพระเทวี โดย ทุรคาษฏมี (ทุรคา+อัษฏมี) มีอยู่ในทุกเดือน โดยถือ ศุกลปักษ์ อัษฏมี (शुक्लपक्ष अष्टमी/Shuklapaksha Ashtami) หรือ ขึ้น8ค่ำ ของทุกเดือนตามปฏิทินจันทรคติฮินดู เป็นวัน ทุรคาษฏมี อันเป็นมงคลฤกษ์สำหรับการสักการะบูชาพระศรีอัมพิกา (พระศักติและรูปปรากฏต่างๆของพระนาง) ในดิถีนี้ยังถือเป็นดิถีกำเนิดปรากฏองค์ของ พระศรีภัทรกาลี (श्री भद्रकाली/Shree Bhadrakali) เมื่อครั้งทำลายพิธียัชญะของพระทักษะประชาบดี (दक्ष प्रजापति/Daksha Prajapati) พร้อมด้วยเหล่าโยคินีอีกด้วย ยิ่งเฉพาะ ทุรคาษฏมี ในอัศวิน มาส (अश्विन मास/Ashwin Masa) หรือ มหาทุรคาษฏมี (महादुर्गाष्टमी/Maha Durgashtami) ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง โดยเป็นอันศักดิ์สิทธิ์ในช่วงศารทนวราตรี (शारद नवरात्री/Sharada Navaratri) โดยเริ่มเตรียมการตั้งแต่ ศุกลปักษ์ ษัษฐี อัศวิน มาส (ขึ้นหกค่ำ เดือนเจ็ด ตามปฏิทินจันทรคติฮินดู) จนถึง […]

เกร็ดความรู้ เทวะตำนาน

พระศรีมูกามพิกา แห่ง กลลูรุ

พระศรีมูกามพิกา แห่ง กลลูรุ (Shree Mookambika of Kollooru) พระศรีมูกามพิกา (ಶ್ರೀ ಮೂಕಾಂಬಿಕಾ / Shree Mookambika) ทรงถือว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของพระแม่ทุรคาในอินเดียใต้ ทรงประทับบนขุนเขากูฑจาทริ (ಕೂಡಚಾದ್ರಿ / Koodachadri) หรือ กุฏชาทริ (कुटजाद्रि / Kutajadri) ในเมืองโกละปุระ (ಕೊಲಪುರ / Kolapura) หรือ กลลูรุ (ಕೊಲ್ಲೂರು / Kollooru) ริมฝั่งแม่เสาปรรณิกา นที (ಸೌಪರ್ಣಿಕಾ ನದಿ / Sauparnika Nadi) ในตุฬุนาฑุ (ತುಳು ನಾಡು / Tulu Nadu) หรือ พื้นแผ่นดินของชาวตุฬุ ปัจจุบันเป็นเมืองในเขตอุฑุปิ (ಉಡುಪಿ / Udupi) ภูมิภาคตุฬุนาฑุ หรือ ทักษิณกันนฑะ (ದಕ್ಷಿಣಕನ್ನಡ […]

เกร็ดความรู้ เทวะตำนาน

พระกามากษี แห่ง ชนนวาฑะ

พระกามากษี แห่ง ชนนวาฑะ (Shree Kamakshi of Jonnawada) เทวสถาน ศรี มัลลิการชุนะ สวามี – กามากษี ตัลลิ แห่ง ชนนวาฑะ ถือเป็นอีกหนึ่งปุณยสถานของชาวเตลุคุ ตั้งอยู่ในเมืองชนนวาฑะ (Jonnawada) เขตเนลลูรุ ( Nellooru,Nellore) รัฐอานธรประเทศ (Andhra Pradesh) อินเดียตอนใต้ เทวตำนานของเทวสถานกล่าวถึง เมื่อครั้งพระกัศยปะ ประชาบดี (Kashyapa Prajapati) ได้มีเจตนารมณ์ที่จักทำพิธียัชญะขึ้น บนขุนเขาริมฝั่งแม่น้ำปินากินี หรือ เปนารุ (Pinaakini Nadi / Penaaru) โดยจัดโหมกุณฑ์ทั้งสามขึ้น พระศิวะทรงพึงพอพระทัยในพิธีมหายาคะนั้น จึงปรากฏรูปลึงค์จากกองกูณฑ์ และ ทรงประสงค์จักสถิตในที่แห่งนั้นในนาม ศรี มัลลิการชุนะ สวามี (Shree Mallikarjuna Swami) ในเพลานั้นพระปารวตี(Parvati)ทรงแปลกพระทัยต่อการอันตรธานหายไปของพระสทาศิวะ ผู้พระสวามีจึงเสด็จออกตามหา จนถึงปรำพิธีริมฝั่งแม่น้ำปินากินี ทางทักษิณทิศ จึงพบกับพระอีศวรผู้พระสวามี […]